แชร์ ! การดูแลแผลผ่าตัดที่ถูกต้อง แผลหายเร็วขึ้น ด้วยวิธีล้างแผลด้วยตัวเองง่าย ๆ ทำได้ที่บ้าน

น้ำใบบัวบก ลดบวมช้ำ ศัลยกกรม
[row padding=”30px 30px 30px 30px”] [col span__sm=”12″ align=”center”] [ux_text text_align=”left”]

การดูแลแผลผ่าตัด การล้างแผล (Wound Dressings) ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยาก ที่หลายคนอยากเบือนหน้าหนี แต่จะมีสักกี่คนที่ไม่เคยมีแผล ไม่เคยถูกมีดบาด ไม่มีแผลผ่าตัด ไม่เคยทำศัลยกรรม จริง ๆ แล้วเรื่องของแผลสด แผลผ่าตัด ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ดังนั้นหากเรารู้วิธีล้างแผลผ่าตัดด้วยตัวเองเบื้องต้น ต่อไปจะเจอแผลแบบไหน ก็สามารถทำแผลเองได้อย่างถูกวิธีแน่นอน

เป้าหมาย ในการดูแลแผลผ่าตัด

[/ux_text] [ux_image id=”2024″ width=”35″] [ux_text text_align=”left”]
  • ปกป้องแผล จากสิ่งแวดล้อม
  • ป้องกัน ไม่ให้เหงื่อไหลเข้าแผล
  • ดูแล ไม่ให้เกิดอาการแผลติดเชื้อ
  • ยึดตรึง ไม่ให้ร่างกายส่วนที่มีแผลขยับ
  • เพิ่มแรงกดที่แผล เพื่อช่วยห้ามเลือด
  • กระตุ้นการหายของแผล
  • ลดความเจ็บปวด

อุปกรณ์ล้างแผล  

  • การดูแลแผลผ่าตัด ด้วยน้ำยาล้างแผลที่เหมาะสม เช่น โพวิโดนไอโอดีน (Betadine®), น้ำเกลือล้างแผล จะช่วยลดโอกาสเกิดแผลผ่าตัดติดเชื้อได้
  • ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ นิยมใช้ในรูปแบบของเจล หรือขี้ผึ้งทาแผลสด (Topical antibacterial ointment) เพื่อป้องกันอาการแผลติดเชื้อ
  • วัสดุปิดแผล เช่น ผ้าก๊อซ, ฟิล์มปิดแผล, แผ่นไฮโดรเจล หรือแผ่นไฮโดรคอลลอยด์ จะช่วยให้แผลแห้งเร็ว แผลหายเร็วขึ้น
  • อุปกรณ์ทำแผล ได้แก่ ไม้พันสำลี, สำลี, คีมทำแผล, กรรไกร, ถ้วยสะอาด, ถาดใส่อุปกรณ์ หรืออาจใช้เซตทำแผลสำเร็จรูปก็ได้
  • ผ้าหรือกระดาษสะอาด สำหรับปูโต๊ะ
  • ถุงมือสะอาด
  • ถุงขยะแยกทิ้ง

วิธีล้างแผลผ่าตัดด้วยตัวเอง ที่ถูกต้อง

 ไม่ว่าวัสดุที่ใช้เย็บแผล จะเป็นไหมเย็บ, แม็กเย็บแผล, เทปปิดแผล (Steri-Strips®) หรือกาวติดแผล (Dermabond®) ก็มีขั้นตอนการดูแลแผลผ่าตัดไม่ต่างกัน

[/ux_text] [ux_image id=”2025″ width=”40″] [ux_text text_align=”left”]
  1. ทำความสะอาดพื้นที่ ใช้แอลกอฮอล์ เช็ดให้ทั่วโต๊ะที่จะใช้ทำแผล
  2. ล้างมือให้สะอาด แผลหายเร็วขึ้นได้ ถ้าเริ่มตั้งแต่ล้างมืออย่างถูกวิธี อาจใช้สบู่ล้างมืออย่างน้อย 30 วินาที หรือเจลแอลกอฮอล์ 60% ถูให้ทั่วมือก็ได้
  3. เตรียมบริเวณที่จะใช้วางอุปกรณ์ ปูโต๊ะทำแผล ด้วยผ้าหรือกระดาษสะอาด
  4. เตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้งาน จัดวางอุปกรณ์ให้พร้อม แล้วเทน้ำยาล้างแผลและบีบเจลฆ่าเชื้อเตรียมไว้ หากกรรไกรและคีมทำแผล ไม่ได้อยู่ในชุดทำแผลที่เปิดใหม่ ให้ทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ก่อน
  5. เตรียมอุปกรณ์ปิดแผล ตัดผ้าก๊อซให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ ตัดเทปปิดแผลเตรียมไว้ หรือหากใช้แผ่นปิดแผลสำเร็จรูป ก็ให้แกะออกจากซองเตรียมไว้ แต่ยังไม่ต้องลอกออก
  6. แกะวัสดุปิดแผลเดิม สวมถุงมือแล้วค่อย ๆ ดึงแผ่นปิดแผลเดิมออก สังเกตอาการแผลติดเชื้อ ดูสีของสารคัดหลั่ง สังเกตกลิ่นที่ผิดปกติ หากไม่แน่ใจ ควรถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง หรือขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ ถ้าวัสดุปิดแผลแกะออกยาก ให้ใช้น้ำเกลือค่อย ๆ เทลงบนแผล จะช่วยให้ดึงออกง่ายขึ้น
  7. เปลี่ยนถุงมือคู่ใหม่ จุดนี้สำคัญมากสำหรับการดูแลแผลผ่าตัดใหญ่ อย่างแผลผ่าตัดเสริมอก, แผลผ่าตัดช่องท้อง, แผลกระดูกหักใส่เหล็กดาม เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากวัสดุปิดแผลเดิม ส่วนแผลผ่าตัดขนาดเล็ก อย่างแผลเสริมจมูก, แผลทำตาสองชั้น ก็ควรเริ่มสวมถุงมือในขั้นตอนนี้ เพื่อเตรียมทำความสะอาดแผลผ่าตัดในขั้นต่อไป
  8. ทำความสะอาดแผล สำหรับวิธีล้างแผลผ่าตัดด้วยตัวเองขั้นตอนนี้ นับเป็นหัวใจหลักของการทำแผล ซึ่งจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นได้ โดยเริ่มจากทาน้ำยาล้างแผลรอบแผลผ่าตัด วนจากด้านในออกนอก ให้มีความกว้างประมาณ 1 – 2 นิ้ว
  9. ทายาฆ่าเชื้อ ใช้ไม้พันสำลีจุ่มยาปฏิชีวนะ ทาลงบนรอยแผลผ่าตัดบาง ๆ
  10. ปิดแผล วางก๊อซสะอาดลงบนแผล แล้วปิดด้วยเทปปิดแผล หรือหากใช้แผ่นปิดแผลสำเร็จรูป ก็สามารถปิดแผลได้เลย

เมื่อไหร่ถึงจะตัดไหม?

การตัดไหม เป็นการดูแลแผลผ่าตัดที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งควรนำออกตามวันที่แพทย์กำหนด ถ้าหากทิ้งไว้นานอาจทำให้แผลติดเชื้อ หรืออาจเกิดรอยแผลเป็น แต่ถ้าตัดออกเองก่อนครบเวลา จะทำให้แผลแยก เลือดซึม และเสี่ยงติดเชื้อได้เช่นกัน

ระยะเวลาครบกำหนดตัดไหม โดยประมาณ

  • ศีรษะ 7 – 12 วัน
  • เปลือกตา 5 – 7 วัน
  • จมูก 7 – 10 วัน
  • ปาก, ช่องปาก 3 – 5 วัน
  • ใบหน้า 3 – 7 วัน
  • ลำคอ 4 – 6 วัน
  • ลำตัวและหลัง 6 – 12 วัน
  • แขนและขา 6 – 14 วัน
  • มือและเท้า 7 – 12 วัน

อาการแผลติดเชื้อ ที่ต้องสังเกต

การที่แผลติดเชื้อ อาจเกิดจากอุปกรณ์หรือขั้นตอนการผ่าตัดมีปัญหา, สเตอไรล์เทคนิคไม่ได้มาตรฐาน, สถานที่ผ่าตัดไม่สะอาดพอ, วิธีล้างแผลผ่าตัดด้วยตัวเองไม่ถูกต้อง, ทิ้งสายระบาย หรือสายเดรน (Drain) ไว้นานเกินไป, ตัดไหมช้ากว่ากำหนด หรืออาจเกิดจากสภาพร่างกายผู้ป่วยไม่พร้อม ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงพอ ซึ่งจะแสดงอาการแผลติดเชื้อดังนี้

[/ux_text] [ux_image id=”2026″ width=”50″] [ux_text text_align=”left”]
  • ปวดแผลผ่าตัดนานกว่าปกติ การผ่าตัดส่วนใหญ่ จะทำให้มีอาการปวดแผลผ่าตัดได้มาก ในช่วง 3 วันแรก แต่ไม่ควรนานเกิน 5 วัน และควรปวดลดลงเรื่อย ๆ
  • แผลบวมขึ้น แผลอาจบวมได้มากในช่วง 5 – 7 วันแรก ขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด แต่หลังจากนั้น แผลควรมีแนวโน้มยุบบวมลง อย่างแผลเสริมจมูกติดเชื้อ อาจสังเกตว่า จมูกบวมมากขึ้นแม้ผ่านไปเป็นสัปดาห์ และอาจมีหนองซึมจากไหมเย็บ
  • แผลแดง ปกติเนื้อเยื่อรอบแผลจะอักเสบ ทำให้ผิวแดงได้ประมาณ 3 – 5 วัน แต่ถ้ามีการดูแลแผลผ่าตัดที่ดี รอยแดงจะจางลงเรื่อย ๆ ในทางกลับกันหากแผลแดงมากขึ้น แผลแยก มีหนองไหล หรือมีเลือดซึมออกจากแผล แสดงว่าแผลผ่าตัดติดเชื้อ ซึ่งควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
  • ผิวหนังอุ่น ร้อน ในช่วงแรกผิวหนังบริเวณที่ผ่าตัด จะอุ่นกว่าผิวโดยรอบ และค่อย ๆ หายเป็นปกติ แต่หากแผลติดเชื้อ อาการรุนแรง อาจทำให้มีไข้สูงเกิน 8 °C, ชีพจรเต้นเร็ว,หายใจเร็ว และทำให้ความดันโลหิตต่ำ หรือช็อกได้

แผลหายเร็วได้ ถ้าดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

  • ทำแผล ตามเวลาที่แพทย์กำหนด
  • สังเกตอาการแผลติดเชื้อ อย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่ดึงไหมเย็บแผลออก ด้วยตัวเอง
  • ตัดไหม ตามวันที่แพทย์นัด
  • ไม่ยกของหนักช่วง 2 สัปดาห์แรก โดยเฉพาะการผ่าตัดลำตัวและหลัง
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลสัมผัสแสงแดด เพราะอาจทำให้แผลที่หายมีสีคล้ำกว่าปกติ
  • บำรุงด้วยอาหารเสริมหลังผ่าตัด เช่น โปรตีน, วิตามิน, สมุนไพรรักษาแผล

BAIJAI อาหารเสริมหลังผ่าตัด ลดบวมได้ แผลหายเร็ว

[/ux_text] [ux_image id=”2027″ width=”60″ margin=”40px 0px 0px 0px”] [ux_text text_align=”left”]

สมุนไพรรักษาแผลใบใจ ทั้งน้ำใบบัวบกคั้นสด, น้ำฟักทองคั้นสด และผงสกัด (Freeze Dry) เป็นอาหารเสริมหลังผ่าตัด ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี, วิตามินอี, วิตามินเอ, สารออกฤทธิ์ และสารต้านอนุมูลอีกหลายชนิด นับเป็นอีกวิธี ที่จะช่วยดูแลแผลผ่าตัดอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ, ลดอักเสบ, ลดบวมช้ำ, ยับยั้งเชื้อโรค, เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทั้งยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และคลายเครียด คลายกังวลหลังผ่าตัดได้อีกด้วย

[/ux_text] [ux_image id=”2028″ width=”60″ margin=”40px 0px 0px 0px”] [ux_text text_align=”left”]

สรุป

การดูแลแผลผ่าตัด เป็นเรื่องที่ใครก็สามารถทำเองได้ที่บ้าน หากมีความรู้เรื่องขั้นตอนล้างแผลที่ถูกต้อง และมีอุปกรณ์ทำแผลที่สะอาด ซึ่งจะช่วยให้แผลหายไว และยังลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อีกด้วย นอกจากนี้การดูแลตัวเองด้วยอาหารเสริมหลังผ่าตัด อย่างการใช้สมุนไพรรักษาแผล BAIJAI ก็จะช่วยดูแลให้แผลหายเร็วขึ้นด้วยนะคะ

[/ux_text] [/col] [/row] [row col_bg=”rgb(236, 236, 236)” padding=”30px 30px 30px 30px”] [col span__sm=”12″]

อ้างอิงจาก

[1]   Buck DW, Galiano RD, Wound care. In: Thorne CH, Chung KC, Gosain AK, Gurtner GC, Mehrara BJ, Rubin JP, Spear SL, editors. Grabb and Smith’s Plastic Surgery. 7th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2014. p.20 – 28.

[2]  Mirastschijski U, Jokuszies A, Vogt PM. Skin wound healing: Repair biology, wound, and scar treatment. In: Neligan PC, Gurtner GC, editors. Plastic Surgery. 3rd ed. London: Elsevier Saunders; 2013. p. 285 – 289

[3]   Britto EJ, Nezwek TA, Robins M. Wound Dressings [Internet]. Florida: StatPearls Publishing; 2021 [cited 2021 Dec 6]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/

 

[/col] [/row]