อายุเท่าไหร่ถึงทำศัลยกรรมได้ และแต่ละช่วงอายุควรทำจุดไหนบ้าง

ในยุคปัจจุบันนี้การทำศัลยกรรมเป็นการเสริมความงามซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา หลายๆคนที่เลือกทำศัลยกรรมความงามเพราะต้องการแก้ไขในจุดที่รู้สึกกังวลหรือมีความรู้สึกว่าเป็นข้อบกพร่องของตนเอง เพื่อให้ภาพลักษณ์ดูดีเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเองมากยิ่งขึ้น แต่ทราบหรือไม่ว่าช่วงอายุกับการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่ไม่ควรละเลย หากใครที่กำลังคิดอยากจะทำอย่าเพิ่งใจร้อน มาตรวจสอบดูกันว่าอายุเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมกับการทำศัลยกรรม และแต่ช่วงอายุควรจะทำในจุดไหนบ้างจึงจะตอบโจทย์ ไปดูกันเลย

ช่วงอายุที่เหมาะสมกับการทำศัลยกรรมแต่ละประเภท

ในการทำศัลยกรรมจะมีช่วงอายุที่เหมาะสมในการทำ โดยเฉพาะหากเป็นสาวๆวัยรุ่นถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่น้อย หลายคนอยากจะทำศัลยกรรมตกแต่งตั้งแต่ตัวเองยังเป็นวัยรุ่น โดยไม่ได้คำนึงถึงผลลัพธ์ที่อาจจะตามมา เพราะในช่วงวัยนี้ร่างกายกำลังเจริญเติบโตซึ่งอาจจะยังไม่เต็มที่ หากทำไปแล้วอาจจะส่งผลเสียในอนาคตได้เช่นเดียวกัน เพราะหากร่างกายโตเต็มที่แล้วอาจจะทำให้รูปร่างหน้าตาเกิดการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะต้องเสียใจในภายหลังได้ โดยช่วงอายุที่เหมาะสมในการทำศัลยกรรมความงามแต่ละประเภท มีดังนี้

1. การทำศัลยกรรมเสริมจมูก

หากจะทำศัลยกรรมเสริมจมูกในช่วงที่อายุยังน้อยๆอยู่ จะทำให้สวยงามได้รูปมากกว่าทำตอนอายุเยอะ ซึ่งช่วงอายุที่เหมาะสมในการเสริมจมูก คือผู้หญิงควรมีอายุตั้งแต่ 17 ปี ส่วนผู้ชายอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปเพราะถือเป็นช่วงวัยที่จมูกมีการพัฒนาอย่างเต็มที่แล้ว

2. การทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก

ช่วงอายุที่ไม่ควรทำศัลยกรรมหน้าอกเลยคืออายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะหน้าอกจะยังไม่เติบโตเต็มที่ หากอายุ 20 ปีขึ้นไปถือว่าเหมาะสมที่สุด

3. การทำศัลยกรรมตา

หากต้องการทำศัลยกรรมตาสองชั้นอายุที่เหมาะสมคือ 15 ปีขึ้นไป หากเป็นการทำศัลยกรรมผ่าตัดถุงใต้ตาช่วยยกที่เหมาะสมก็คือ 19 ปีขึ้นไป หรือหากอายุ 45 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นบริเวณรอบดวงตาก็สามารถที่จะทำได้เช่นกัน

4. การทำศัลยกรรมริมฝีปาก

หากต้องการทำศัลยกรรมให้ปากบางและปากเป็นรูปกระจับ สาวๆสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนคนที่มีอายุมากอาจจะใช้วิธีการศัลยกรรมเสริมริมฝีปากเพื่อให้ดูอิ่มเอิบและดูอ่อนวัยขึ้นได้

5. การทำศัลยกรรมเสริมคาง

ผู้หญิงควรจะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปส่วนผู้ชายควรเกิน 25 ปีขึ้นไปหากอายุต่ำกว่านี้ไม่ควรที่จะทำเพราะร่างกายยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ 

การดูแลตัวเองหลังจากการทำศัลยกรรมของทุกช่วงวัย

แม้ว่าจะเลือกทำศัลยกรรมตั้งแต่อายุยังน้อยแผลที่เกิดจากการผ่าตัดอาจจะหายได้เร็วกว่าคนที่มีอายุเยอะ แต่หลายคนคงกังวลใจว่าจะดูแลตัวเองอย่างไรให้แผลหายเร็วไม่เกิดการอักเสบ ซึ่งมีวิธีดีๆในการลดบวมช้ำ หมอศัลยกรรมแนะนำ มีดังนี้

● การประคบเย็นและประคบร้อน

ภายหลังการผ่าตัดศัลยกรรมใหม่ๆ การประคบเย็นจะช่วยให้เส้นเลือดเกิดการหดตัวและเลือดแข็งตัวทำให้เลือดไหลช้าลงจึงลดอาการบวมช่วยฟื้นตัวได้เร็ว หลังจากที่ประคบเย็นไป 2-3 วันแล้วควรจะทำการประคบร้อน เพื่อที่จะทำการขยายหลอดเลือดทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดีขึ้นจะทำให้เนื้อเยื่อซ่อมแซมตัวได้อย่างรวดเร็วจึงหายเร็วขึ้น

● การรับประทานอาหาร

ควรรับประทานอาหารที่มีรสชาติอ่อนไม่จัดจ้าน เลือกรับประทานอาหารที่ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวเกินไปเพื่อป้องกันการสั่นสะเทือนจนเกิดการอักเสบได้ นอกจากนี้ควรจะงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดการสูบบุหรี่จนกว่าแผลจะหายบวมและบาดแผลปิดสนิท

● การล้างทำความสะอาดแผล

ควรล้างด้วยน้ำเกลือและทำการเช็ดแผลให้แห้งสนิท แล้วจึงทายาที่แพทย์จ่ายมาให้ห้ามให้แผลเปียกหรือโดนน้ำ

● ทานยาอย่างเคร่งครัด

ภายหลังการทำศัลยกรรม แพทย์จะให้ยามารับประทานเพื่อลดอาการอักเสบลดบวม ซึ่งจะต้องทานยาอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ควรจะทานอาหารเสริมลดบวมหลังศัลยกรรมด้วย เพื่อจะช่วยให้อาการบวมลดลงอย่างรวดเร็วไม่เกิดการอักเสบขึ้น

● พบแพทย์ตามที่กำหนด

ควรจะต้องไปหาแพทย์ตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพราะแพทย์จะได้ทำการติดตามผลการศัลยกรรม หากเกิดความผิดปกติจะได้ทำการแก้ไขและรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยจะต้องรู้จักวิธีเช็คคุณหมอ เพื่อที่จะได้ติดต่อขอคำแนะนำปรึกษา ตลอดจนช่วยดูแลรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้เร็วที่สุดนั่นเอง

สรุป

ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ เพศอะไร ก็สามารถทำศัลยกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และทุกวันนี้นวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ก็ไม่น่ากลัวเหมือนเคย

ลองเปิดใจให้การทำศัลยกรรมเป็นตัวช่วยให้ดูดีขึ้น และยิ่งมีสมุนไพร YENJAI   อาหารเสริมลดบวมหลังศัลยกรรมจากสมุนไพรธรรมชาติสูตรพิเศษลดบวมช้ำหลังทำศัลยกรรมไม่อันตรายต่อร่างกาย ตัวช่วยสูตรพิเศษ จาก YENJAI และBAIJAI CAP ทันทีหลังทำศัลยกรรมเพื่อลดอักเสบ, ลดบวมช้ำ, เร่งแผลหาย, ยับยั้งเชื้อโรค และบรรเทาปวดได้เป็นอย่างดี ทั้งก่อนและหลังศัลยกรรม โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบให้เลือกรับประทานง่ายพกพาได้สะดวก

  • แคปซูล BAIJAI CAP (ใบบัวบก โสมคน ขมิ้นชัน) สรรพคุณลดบวมช้ำ มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้เป็นอย่างดี ทานง่ายได้ทุกเวลา
  • น้ำใบบัวบก และน้ำฟักทองคั้นแบบสดๆ ดีต่อร่างกายและช่วยรักษาแผล
  • ผงใบบัวบก และผงฟักทอง ตัวช่วยลดบวมช้ำเก็บได้นาน พกพาสะดวกทานได้ทุกที่

ยาลดบวม ตัวช่วยลดบวม หลังศัลยกรรม สายศัลย์นิยมทาน พกพาง่าย ทานสะดวกได้ทุกที่

BAIJAI CAP ยาลดบวมหลังศัลยกรรม ตัวช่วยลดบวม ลดอักเสบ

อ้างอิงจาก

[1] https://www.tncmedic.com/
[2] https://neramitclinic.com/
[3] https://www.lemon8-app.com/kkacha/