” เปิดประโยชน์ของ น้ำฟักทอง ” ของดีจากธรรมชาติ ที่คุณไม่ควรพลาด !

ลดอาการบวมช้ำ หลังศัลยกรรม ผลิตภัณฑ์ น้ำใบบัวบก และ น้ำฟักทอง
[row] [col span__sm=”12″ align=”center”] [ux_text text_align=”left”]

ประโยชน์ของน้ำฟักทอง ถูกนักวิทยาศาสตร์ค้นพบ และศึกษาเพิ่มมากขึ้นมาโดยตลอด ทำให้น้ำฟักทองได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา ที่ประเทศเกาหลีมีกระแสนิยม ดื่มน้ำฟักทองลดอักเสบหลังผ่าตัด ยิ่งทำให้น้ำสกัดชนิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ประโยชน์ที่ได้จากน้ำฟักทองไม่ได้มีแค่นั้น เพราะในฟักทองยังมีสารสำคัญอีกหลายชนิด ที่มีฤทธิ์โดดเด่น ในการขับของเสียออกจากร่างกายอีกด้วย

 

สรรพคุณ น้ำฟักทอง ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย

หากถามว่า กินน้ำฟักทองทุกวันดีไหม ? ต้องขอบอกว่า ตอบว่าดี อาจยังน้อยไป สำหรับประโยชน์ของน้ำฟักทอง ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงคุณค่าเช่นนี้ ยิ่งถ้าเป็นน้ำฟักทองไม่ใส่น้ำตาลด้วยแล้ว ยิ่งช่วยดูแลร่างกาย ขับของเสียให้คุณจากภายใน ช่วยให้ห่างไกลโรคร้ายได้อย่างดีทีเดียว

🔶 ลดการอักเสบของเซลล์

น้ำฟักทองมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) หลายชนิด เช่น Triterpenoid, Beta-cryptoxanthin, Alpha-carotene, Beta-carotene, Vitamin A, Vitamin E ที่จะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นของเสียส่วนเกินของร่างกาย จึงลดโอกาสเกิดภาวะ Oxidative Stress ที่ทำให้สารพันธุกรรมกลายพันธุ์, เซลล์เสื่อม, เซลล์อักเสบ ทำให้น้ำฟักทอง ลดบวม, ลดอักเสบได้ทั่วตัว

🔶 ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง

ด้วยความสามารถ ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง จึงช่วยชะลอและลดการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังได้ เช่น โรคมะเร็ง, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคข้อเสื่อม

🔶 กำจัดเชื้อก่อโรค

สรรพคุณน้ำฟักทองที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง คือช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งเป็นตัวก่อโรคที่ร่างกายไม่ต้องการ อย่างแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังหลังผ่าตัด, Escherichia coli  ที่มักทำให้ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือ Candida ที่ทำให้ปากอักเสบหลังผ่าตัดศัลยกรรม และเกิดฝ้าขาวได้

ประโยชน์ของ น้ำฟักทอง ในการดูแลร่างกาย

[/ux_text] [ux_image id=”1885″] [ux_text text_align=”left”]
  • ถนอมผิวพรรณ

        สรรพคุณน้ำฟักทองที่โดดเด่นคือ ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นและบำรุงผิวพรรณได้อย่างดี เพราะมี Beta-carotene ซึ่งถือเป็นสารกันแดดชั้นดีจากธรรมชาติ, มี Lutein, Zeaxanthin, Vitamin C, Vitamin E สารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยลดการอักเสบของผิว, กระตุ้นให้แผลหายเร็วขึ้น ด้วยการเร่งสร้างคอลลาเจน จึงช่วยฟื้นฟู และบำรุงผิวให้แข็งแรงจากภายใน

  • ลดแผลบวมช้ำ 

น้ำฟักทอง ลดบวมช้ำแผลผ่าตัด และแผลฟกช้ำได้ดี เพราะมีสารกลุ่มไตรเทอร์ปีนอยด์ (Triterpenoid compounds) ที่ช่วยยับยั้งการหลั่งสารอักเสบหลายชนิด จึงทำให้แผลยุบบวมได้เร็ว อีกทั้งวิตามินหลายชนิดที่มีอยู่ในน้ำฟักทอง ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของปฏิกิริยาชีวเคมีในร่างกาย ที่มีผลให้แผลหายเร็วขึ้นแบบสมบูรณ์อีกด้วย

  • ดูแลภูมิคุ้มกัน

ประโยชน์ของน้ำฟักทองที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือช่วยบูสต์ระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างดี เพราะในน้ำฟักทองมี Vitamin A, C, E รวมถึงธาตุเหล็กและโฟเลต ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน, เพิ่มการผลิตเม็ดเลือดขาว, กระตุ้นการซ่อมแซมแผล จึงทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น และต่อสู้กับเชื้อก่อโรคได้อย่างเต็มศักยภาพ

  • บำรุงสายตา

น้ำฟักทองมี Beta-carotene ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ Vitamin A (Provitamin A) ในปริมาณที่สูงมาก จึงช่วยบำรุงจุดรับแสงที่จอประสาทตา (Retina) ทำให้การมองเห็นเวลากลางคืนดีขึ้น ทั้งยังป้องกันการเกิดต้อกระจก, ต้อหิน, จอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุได้ ซึ่งฟักทองนึ่งประมาณ 245 กรัม (1 ถ้วย) เมื่อนำมาปั่นทำน้ำฟักทอง จะให้วิตามินเอสูงกว่าปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน (RDI) ถึง 245% เลยทีเดียว

  • ลดระดับความดันโลหิต

น้ำฟักทอง โดยเฉพาะส่วนของน้ำมันจากเมล็ด มีประสิทธิภาพในการลดความดันโลหิตได้ สามารถออกฤทธิ์ เสริมกับยาลดความโลหิตอย่าง Felodipine, Captopril ได้ผลดี ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองตีบได้

  • ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด

ประโยชน์ของน้ำฟักทอง ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ ข้อมูลจากงานวิจัยหลายฉบับที่สนับสนุนว่า น้ำฟักทองช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้ มีการศึกษาหนึ่งที่ทำในผู้ป่วยวิกฤติ ซึ่งรักษาตัวอยู่ใน ICU ทดลองโดยวัดระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งก่อนและหลังจากให้สารสกัดฟักทอง 5 กรัมกับผู้ป่วย ทุก 12 ชั่วโมง นาน 3 วันติดต่อกัน ซึ่งผลวิจัยพบว่า ระดับน้ำตาลเฉลี่ยลดลงจาก 215 mg/dL เหลือ 178 mg/dL รวมถึงความต้องการในการใช้ยาฉีดอินซูลิน ก็ลดลงด้วย

  • รักษาอาการต่อมลูกหมากโต

สรรพคุณน้ำฟักทอง ที่มีประโยชน์มากสำหรับเพศชาย คือช่วยลดอาการปัสสาวะผิดปกติต่าง ๆ เช่น ปัสสาวะบ่อย, ปัสสาวะขัด, ปัสสาวะกลางคืน ที่เกิดจากโรคต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia) ผ่านทางการยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha-reductase ซึ่งจะเปลี่ยนฮอร์โมน Testosterone เป็น Dihydrotestosterone (DHT) ที่จะกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากขยายขนาดขึ้นได้

  • บรรเทาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

อาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ (Stress Urinary Incontinence, SUI) ที่เกิดจากกล้ามเนื้อเชิงกรานหย่อน หรือหูรูดท่อปัสสาวะหลวม พบบ่อยในหญิงหลังคลอด ทำให้เวลาไอจาม มีปัสสาวะเล็ดหรือปัสสาวะราดได้ ซึ่งหลังจากใช้สารสกัดฟักทอง ร่วมกับสมุนไพรบางชนิด มารักษาผู้หญิงที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้นาน 12 สัปดาห์ พบว่า อาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ลดลง 35% และลดความถี่ในการเข้าห้องน้ำเวลากลางคืนลงได้ถึง 54% นับเป็นประโยชน์ของน้ำฟักทอง ที่ช่วยดูแลสุขภาพเพศหญิงได้อย่างดี

  • ลดอาการข้ออักเสบ

น้ำฟักทอง ลดบวมของข้อที่อักเสบได้ เพราะ Beta-carotene, Vitamin C, Magnesium ที่มีในฟักทอง เป็นสารต้านการอักเสบชั้นดี ที่มีการศึกษาพบว่า อาจเทียบเท่ากับยา Indomethacin ที่ช่วยลดอาการอักเสบ และอาการปวดเลยทีเดียว

น้ำฟักทอง BAIJAI ” อร่อย เฮลท์ตี้ ดีต่อสุขภาพ “

[/ux_text] [ux_image id=”1884″ width=”50″] [ux_text text_align=”left”]

น้ำฟักทองไม่ใส่น้ำตาลของ BAIJAI คั้นสดทุกวัน คำนึงถึงความสะอาดและปลอดภัย ผลิตด้วยวิธีมาตรฐาน ที่จะทำให้สารสำคัญอย่าง Vitamin A, Vitamin E, Vitamin C, Beta-carotene, Triterpenoid ยังอยู่สมบูรณ์ เพื่อลูกค้าคนสำคัญของเรา จะได้รับประโยชน์ จากน้ำฟักทองไม่ใส่น้ำตาลของ BAIJAI อย่างครบถ้วน ทั้งการบำรุงร่างกาย, ดูแลระบบภูมิคุ้มกัน, ดูแลความดันโลหิตและลดระดับน้ำตาลในเลือด, ลดอาการปัสสาวะผิดปกติ, บำรุงสายตา, บำรุงผิวพรรณ, ลดบวมช้ำ, ลดอักเสบ เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายจากภายใน ช่วยให้คุณเฮลท์ตี้ได้ในทุกวัน

สรุป

ประโยชน์ของน้ำฟักทอง มีมากมายอย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึง เพราะมีสารสำคัญหลายชนิด ที่ออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดการอักเสบของเซลล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังต่าง ๆ ทั้งยังช่วยกำจัดเชื้อก่อโรคที่จะคุกคามอวัยวะภายใน ทำให้น้ำฟักทอง มีสรรพคุณในการดูแลร่างกายได้หลายระบบ ทั้งดูแลผิวพรรณ, ลดแผลบวมช้ำ, บำรุงหัวใจและหลอดเลือด, ควบคุมระดับน้ำตาล หรืออาจกล่าวได้ว่า เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายจะอักเสบลดลงได้ ด้วยสารสำคัญมากมายที่มีอยู่ในน้ำฟักทอง ซึ่งหากถามว่า กินน้ำฟักทองทุกวันดีไหม ? BAIJAI คงต้องขอตอบว่า ประโยชน์เกินตัวขนาดนี้ จะไม่ดีได้อย่างไรละคะ ? 💛 ✨

[/ux_text] [/col] [col span__sm=”12″ padding=”30px 30px 30px 30px” bg_color=”rgb(236, 236, 236)”] [ux_text text_color=”rgb(85, 85, 85)”]

อ้างอิงจาก

[1]   Salehi B, Capanoglu E, Adrar N, Catalkaya G, Shaheen S, Jaffer M, Giri L, Suyal R, Jugran AK, Calina D, Docea AO, Kamiloglu S, Kregiel D, Antolak H, Pawlikowska E, Sen S, Acharya K, Selamoglu Z, Sharifi-Rad J, Martorell M, Rodrigues CF, Sharopov F, Martins N, Capasso R. Cucurbits Plants: A Key Emphasis to Its Pharmacological Potential. Molecules. 2019 May 14;24(10):1854. doi: 10.3390/molecules24101854. PMID: 31091784; PMCID: PMC6572650.

[2]   Mahmoodpoor A, Medghalchi M, Nazemiyeh H, Asgharian P, Shadvar K, Hamishehkar H. Effect of Cucurbita Maxima on Control of Blood Glucose in Diabetic Critically Ill Patients. Adv Pharm Bull. 2018 Jun;8(2):347-351. doi: 10.15171/apb.2018.040. Epub 2018 Jun 19. PMID: 30023337; PMCID: PMC6046431.

[3]   Rahman MM, Juahir, Hafizan H, Islam MH, Khandaker MM, Ariff TM, Norsani WM. Prophetic vegetable Pumpkin, Its impressive health benefits and total analysis. Bioscience Research. 2019. 16. 3987-3999.

[4]   Li H. Evaluation of bioactivity of butternut squash (Cucurbita moschata D.) seeds and skin. Food Sci Nutr. 2020 May 14;8(7):3252-3261. doi: 10.1002/fsn3.1602. PMID: 32724590; PMCID: PMC7382094.

[5]   Yadav M, Jain S, Tomar R, Prasad GB, Yadav H. Medicinal and biological potential of pumpkin: an updated review. Nutr Res Rev. 2010 Dec;23(2):184-90. doi: 10.1017/S0954422410000107. PMID: 21110905.

[6]   Bagchi D, Preuss HG, Swaroop A. Nutraceuticals and functional foods in human health and disease prevention. Florida: CRC Press, Taylor & Francis Group; 2016.

[/ux_text] [/col] [/row]