ไขข้อข้องใจ “เสริมหน้าอก ทำจมูก” ต้องถอดซิลิโคนตอนแก่จริงไหม ? แล้วภาวะแทรกซ้อนของศัลยกรรมแบบไหน ? ที่จำเป็นต้องถอดซิลิโคน

[row] [col span__sm=”12″ align=”center”] [ux_text text_align=”left”]

ซิลิโคนเป็นวัสดุสังเคราะห์ ที่ถูกนำมาใช้ในการศัลยกรรมเสริมความงามอย่างแพร่หลาย หลายแบรนด์ผ่านการรับรองความปลอดภัย จากองค์กรชั้นนำระดับโลก แต่ในทางการศึกษาวิจัยนั้น ยังไม่มีสถาบันไหนกล้ารับประกันความปลอดภัย จากการใช้ซิลิโคนแบบ 100% เพราะยังมีรายงานการเกิดมะเร็ง หรือความสัมพันธ์ที่ซิลิโคนอาจทำให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันบางชนิด ประกอบกับซิลิโคนที่ใช้มีการพัฒนาตลอดเวลา ทำให้การเก็บข้อมูลในระยะยาวยังมีข้อจำกัด จนมีการตั้งคำถามว่า การใช้ซิลิโคนในระยะยาวมีความปลอดภัยแค่ไหน ? แล้วจำเป็นต้องถอดซิลิโคนตอนแก่ไหม ? หรือซิลิโคนหมดอายุเมื่อไหร่ ?

ซิลิโคนเสริมร่างกาย มีอายุการใช้งานไหม ?

  • หากพิจารณาจากตัวซิลิโคนเพียงอย่างเดียว ถ้าเป็นระดับที่ใช้ตามมาตรฐานทางการแพทย์ มักไม่ระบุวันหมดอายุ
  • มีการศึกษาความปลอดภัยของการใช้ซิลิโคน เทียบกับอัตราการเกิดโรคร้ายแรงอื่น (เช่น มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งสมอง) พบว่า ซิลิโคนไม่มีผลทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
  • แต่เมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปในร่างกาย อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน จากเทคนิคการจัดการซิลิโคน, จากเทคนิคผ่าตัด เช่น กรณีซิลิโคนจมูกทะลุ, เกิดการติดเชื้อบริเวณอวัยวะที่ใส่ซิลิโคน หรือเกิดจากปฏิกิริยาของร่างกาย ที่ตอบสนองต่อซิลิโคน เช่น เกิดพังผืดหดรั้งรัดซิลิโคนเต้านม หรือเกิดโรคทางภูมิคุ้มกันขึ้นมา จนทำให้ต้องนำซิลิโคนออกจากร่างกาย


จำเป็นต้องถอดซิลิโคนตอนแก่ไหม
?

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า อายุมากขึ้นต้องถอดซิลิโคนจมูกไหม ? ต้องเอาซิลิโคนเสริมหน้าอกออกหรือเปล่า ?  

  • คงต้องตอบว่า ไม่จำเป็นต้องถอด หากใช้ซิลิโคนที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งจะไม่มีวันหมดอายุ แต่สิ่งที่ทำให้จำเป็นต้องถอดในทุกช่วงอายุ คือภาวะแทรกซ้อนของศัลยกรรม ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะซิลิโคนเต้านม ที่ภายในเป็นของเหลว อาจมีความเสี่ยงมากกว่าการเสริมซิลิโคนจมูก ที่มีเนื้อแข็งทั้งหมด
  • มีการศึกษาพบว่า โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังใส่ซิลิโคนจมูกอยู่ 5-20% ส่วนเต้านมอยู่ที่ 30-40% ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้ต้องถอดซิลิโคนออกก่อนแก่
  • ผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน จึงประเมินอายุเฉลี่ยของซิลิโคนเต้านมอยู่ที่ 15-20 ปี ส่วนซิลิโคนจมูกมักใส่ได้ตลอดชีวิต หากไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน ในขณะที่บางท่าน แนะนำให้เปลี่ยนซิลิโคนเต้านมเป็นประจำ ทุก ๆ 15-20 ปี
  • องค์การอาหารและยาสหรัฐ (US Food & Drug Administration, USFDA) แนะนำให้ทำการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging, MRI) ทุก 2 ปี เพื่อตรวจหาการรั่วซึมของซิลิโคนแบบไม่มีอาการ (Subclinical implant leakage) ซึ่งอาจทำให้ตรวจพบภาวะแทรกซ้อนบางอย่างด้วย

ดังนั้นอายุที่มากขึ้น ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เราต้องถอดซิลิโคน แต่ภาวะแทรกซ้อนของศัลยกรรมต่างหาก ที่มีผลโดยตรง ที่บังคับให้เราต้องถอดซิลิโคนก่อนแก่ ถ้าอย่างนั้นมาทำความรู้จักภาวะแทรกซ้อน ที่คนเสริมจมูก เสริมหน้าอกควรเฝ้าระวัง เพราะหากตรวจพบได้เร็ว แก้ไขได้ทัน อาจได้ใส่ซิลิโคนยาว ๆ อยู่นานแบบถาวรเลยก็ได้


ภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้ต้องถอดซิลิโคนจมูก

  • เลือดออก

เป็นภาวะแทรกซ้อนของศัลยกรรมที่พบได้บ่อย ซึ่งคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, มีประวัติเลือดออกง่าย, รับประทานยาคลายกล้ามเนื้อบางกลุ่ม (NSAIDs) หรือยาแอสไพริน จะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดได้ง่าย อาจพบเลือดกำเดาออก หรือเป็นก้อนเลือดที่เยื่อกั้นระหว่างโพรงจมูก (Septal hematoma) ซึ่งอาจทำให้เกิดเนื้อตาย เนื้อเยื่อทะลุ และดึงรั้งให้จมูกผิดรูป จนต้องนำออกได้

  • ติดเชื้อ

เป็นสาเหตุหนึ่งที่พบไม่บ่อย แต่อาจทำให้ไม่ได้ถอดซิลิโคนตอนแก่ เพราะหากการติดเชื้อรุนแรงจนเกิดหนอง ซึ่งมักเกิดบริเวณสันจมูก, ปลายจมูก หรือที่เยื่อกันโพรงจมูก อาจทำให้ต้องถอดซิลิโคนจมูก แล้วพักอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อน

  • เนื้อเยื่อจมูกบวมนานกว่าปกติ

หลังผ่าตัดเสริมจมูกแนะนำให้นอนหัวสูง 60 องศา ซึ่งจะทำให้อาการบวมหายได้ภายใน 4 สัปดาห์ แต่ภาวะที่บวมนานหลายเดือน มักเกิดจากการหนาตัวของเนื้อเยื่อ พบได้ในคนที่มีผิวหนังหนา หรือคนที่ผ่าตัดแก้จมูก ซึ่งการบวมนานกว่าปกตินี้ (Prolonged edema) สามารถรักษา ด้วยการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าที่จมูกโดยตรง แต่ถ้าไม่หายอาจต้องนำซิลิโคนออก เพื่อสลายพังผืดก่อน

  • ซิลิโคนจมูกทะลุ

เป็นอีกภาวะที่พบได้ หากใช้เทคนิคการผ่าตัดที่ไม่เหมาะสม, เลือกใช้ซิลิโคนที่ใหญ่กว่าจมูกมาก มาใส่ในคนที่มีเนื้อจมูกน้อย หรือบางครั้งอาจเกิดจากการกระแทกโดยตรง ทำให้ซิลิโคนจมูกทะลุได้

  • มีการอุดกั้นทางเดินหายใจ

อาการแน่นจมูก คัดจมูก มักเกิดตามหลังการอักเสบที่เกิดจากการผ่าตัด พบได้ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก และมักหายได้เอง หากเป็นนานเกิน 3 สัปดาห์ อาจต้องพบแพทย์เพื่อประเมิน และรักษาด้วยยาพ่นจมูก แต่ถ้าอาการแน่นจมูก เกิดจากการหนาตัวขึ้นของแผลเป็น จนทำให้รูปร่างของจมูกผิดปกติไป ก็จำเป็นต้องถอดซิลิโคนจมูกออก

ภาวะแทรกซ้อนที่จำเป็น ต้องเอาซิลิโคนเสริมหน้าอกออก

  • ติดเชื้อ

การติดเชื้ออาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ต้องถอดซิลิโคนตอนแก่ ซึ่งเกิดได้ตั้งแต่ช่วงแรกหลังการผ่าตัด หรืออาจค่อย ๆ เกิด ตามหลังการมีเลือดหรือน้ำเหลืองคั่งสะสมได้ ถ้าหากการรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อเบื้องต้นไม่ได้ผล อาจต้องถอดซิลิโคนก่อน เพื่อจะรักษาอาการติดเชื้อ

  • ซิลิโคนหลุดออก

ภาวะนี้เกิดได้ประมาณ 1-4% ส่วนใหญ่พบในเคสที่เปิดแผลผ่าตัดใต้ราวนม อาจใช้เทคนิคการผ่าตัดไม่เหมาะสม หรือพบได้ในการผ่าตัดแก้ไข เพราะกล้ามเนื้อและพังผืดรอบเต้านม มักมีความยืดหยุ่นลดลง จนซิลิโคนเสริมหน้าอกหลุดออกเอง

  • ถุงหุ้มซิลิโคนแตก

นอกจากการถูกวัตุปลายแหลมแทงทะลุโดยตรง จนทำให้เห็นซิลิโคนแตกออกอย่างชัดเจนแล้ว อาจมีกรณีที่ซิลิโคนค่อย ๆ รั่วซึมออกจากถุง แต่ยังอยู่ภายในพังผืดที่หุ้มรัดซิลิโคนไว้ จนอาจทำให้รู้สึกเจ็บ จากการที่พังผืดหนาตัวขึ้น จนดึงรั้งให้เต้านมผิดรูป เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องถอดซิลิโคนตอนแก่ได้

  • เกิดพังผืดรัดถุงซิลิโคน

การหดรั้งของเนื้อเยื่อรอบ ๆ ซิลิโคน (Capsular contracture) อาจทำให้ต้องถอดซิลิโคนตอนแก่ เพราะอาจเกิดขึ้นได้แม้ผ่านไปแล้วกว่า 25 ปี หรืออาจเกิดได้ตั้งแต่ปีที่ 2 หลังจากการผ่าตัด โดยพบว่ามีโอกาสเกิดประมาณ 10.8% เมื่อศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 5,122 คน ซึ่งเกิดขึ้นได้บ่อย ในเคสที่เสริมหน้าอกเหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular implants) เมื่อเทียบกับการเสริมใต้กล้ามเนื้อ (Submuscular implants)

  • เสี่ยงเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (ASIA)

ASIA (Autoimmune/Inflammatory Syndrome Induced by Adjuvants) หรือ Shoenfeld’s syndrome เป็นโรคในกลุ่มภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง สันนิษฐานว่า อาจเกิดจากการที่ร่างกายถูกซิลิโคนกระตุ้น จนทำให้มีอาการผิดปกติ เช่น เป็นไข้, อ่อนเพลีย, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ, มีผลกับเรื่องความจำและระบบประสาท หรือเกิดความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน อาจทำให้ต้องเอาซิลิโคนเสริมหน้าอกออก เพื่อให้อาการผิดปกติดีขึ้น

ถึงแม้ปัจจุบันจะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่มีการศึกษากลุ่มอาการผิดปกติเหล่านี้ เทียบกับ 30 ปีที่แล้ว พบว่าผู้ป่วยมีอาการคล้ายกัน หลังจากทำศัลยกรรมหน้าอก และพบว่า 469 จาก 622 คน (75%) มีอาการดีขึ้น หลังจากเอาซิลิโคนเสริมหน้าอกออก ร่วมกับได้รับยากดภูมิคุ้มกัน แม้ยังไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ ที่จะสรุปว่าซิลิโคนทำให้เกิด ASIA ได้หรือไม่ แต่ควรสังเกตตนเอง และอาจต้องตรวจเลือดเพิ่มเติม หากมีความผิดปกติเป็นระยะเวลานาน

  • เสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (BIA-ALCL)

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ (Breast Implant-Associated Anaplastic Large Cell Lymphoma, BIA-ALCL) เป็นภาวะแทรกซ้อนของศัลยกรรมหน้าอก ที่อาจทำให้ต้องถอดซิลิโคนตอนแก่ แต่พบได้น้อย ข้อมูลจากคนศัลยกรรมเสริมหน้าอกทั่วโลกกว่า 35 ล้านคน พบว่าเป็น BIA-ALCL 573 ราย และมี 33 รายที่เสียชีวิต

มีรายงานของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่เก็บข้อมูลจากคนที่ใช้ซิลิโคนของ Mentor, Allergan และ Silimed เป็นระยะเวลา 10 ปี พบว่าคนที่ใช้ BIOCELL® ผิวทราย ของ Allergan มีความเสี่ยงที่จะเกิด ALCL เพิ่มขึ้น 14.11 เท่า ส่วนคนที่ใช้ Silimed® ผิวทราย มีความเสี่ยง 10.84 เท่า เมื่อเทียบกับ SILTEX® ของ Mentor

  • ทำการฉายแสง

การฉายแสงนับเป็นข้อห้ามหนึ่งของการทำหน้าอก และยังเป็นข้อแนะนำสำหรับ การเอาซิลิโคนเสริมหน้าอกออกด้วย

สรุป

ซิลิโคนมาตรฐานทางการแพทย์ สามารถนำมาใช้เสริมแต่งอวัยวะได้ในระดับที่ปลอดภัย จึงไม่มีความจำเป็นต้องถอดซิลิโคนตอนแก่ ยกเว้นแต่ว่า เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากเทคนิคการผ่าตัด หรืออาจเกิดจากการตอบสนองของร่างกาย ที่ทำให้เกิดความผิดปกติ เช่น ทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ, ซิลิโคนหลุดออกจากตำแหน่งเดิม,กระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ หรือเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง จนทำให้ต้องถอดซิลิโคนจมูก หรือเอาซิลิโคนเสริมหน้าอกออก โดยไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านอายุ แต่เป็นไปเพื่อการรักษาภาวะแทรกซ้อนของศัลยกรรมโดยตรง

[/ux_text] [/col] [col span__sm=”12″ padding=”30px 30px 30px 30px” bg_color=”rgb(236, 236, 236)”] [ux_text text_color=”rgb(85, 85, 85)”]

อ้างอิงจาก

Singh N, Picha GJ, Hardas B, Schumacher A, Murphy DK. Five-Year Safety Data for More than 55,000 Subjects following Breast Implantation: Comparison of Rare Adverse Event Rates with Silicone Implants versus National Norms and Saline Implants. Plast Reconstr Surg. 2017 Oct;140(4):666-679. doi: 10.1097/PRS.0000000000003711. PMID: 28953716.

Fardo D, Sequeira Campos M, Pensler JM. Breast Augmentation. [Updated 2021 May 14]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2021 Jan-. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK482206/

Institute of Medicine (US); Grigg M, Bondurant S, Ernster VL, et al., editors. Information for Women About the Safety of Silicone Breast Implants. Washington (DC): National Academies Press (US); 2000. A Report of a Study by the Institute of Medicine. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK44775/

 Nguyen AH, Bartlett EL, Kania K, Bae SM. Simple Implant Augmentation Rhinoplasty. Semin Plast Surg. 2015 Nov;29(4):247-54. doi: 10.1055/s-0035-1566112. Erratum in: Semin Plast Surg. 2015 Nov;29(4):e1. PMID: 26648804; PMCID: PMC4656153.

 de Boer M, Colaris M, van der Hulst RRWJ, Cohen Tervaert JW. Is explantation of silicone breast implants useful in patients with complaints? Immunol Res. 2017 Feb;65(1):25-36. doi: 10.1007/s12026-016-8813-y. PMID: 27412295; PMCID: PMC5406477.

Calobrace MB, Stevens WG, Capizzi PJ, Cohen R, Godinez T, Beckstrand M. Risk Factor Analysis for Capsular Contracture: A 10-Year Sientra Study Using Round, Smooth, and Textured Implants for Breast Augmentation. Plast Reconstr Surg. 2018 Apr;141(4S Sientra Shaped and Round Cohesive Gel Implants):20S-28S.

Colaris MJL, de Boer M, van der Hulst RR, Cohen Tervaert JW. Two hundreds cases of ASIA syndrome following silicone implants: a comparative study of 30 years and a review of current literature. Immunol Res. 2017 Feb;65(1):120-128. doi: 10.1007/s12026-016-8821-y. PMID: 27406737; PMCID: PMC5406475.

K Groth A, Graf R. Breast Implant-Associated Anaplastic Large Cell Lymphoma (BIA-ALCL) and the Textured Breast Implant Crisis. Aesthetic Plast Surg. 2020 Feb;44(1):1-12. doi: 10.1007/s00266-019-01521-3. Epub 2019 Oct 17. Erratum in: Aesthetic Plast Surg. 2020 Oct;44(5):1951. PMID: 31624894.

Loch-Wilkinson A, Beath KJ, Knight RJW, Wessels WLF, Magnusson M, Papadopoulos T, Connell T, Lofts J, Locke M, Hopper I, Cooter R, Vickery K, Joshi PA, Prince HM, Deva AK. Breast Implant-Associated Anaplastic Large Cell Lymphoma in Australia and New Zealand: High-Surface-Area Textured Implants Are Associated with Increased Risk. Plast Reconstr Surg. 2017 Oct;140(4):645-654.

Rohrich RJ, Ahmad J. Open technique rhinoplasty. In: Neligan PC, Warren R, Beek ALV, editors. Plastic Surgery. 2. New York: Elsevier Saunders; 2013. p. 410-2.

[/ux_text] [/col] [/row]