แนะนำศัลยกรรมศีรษะ เสริมหัวทุย แก้ปัญหาหัวแบน หัวเบี้ยว หัวผิดรูป แบบถาวร

เพราะจุดบกพร่องในร่างกายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ทำให้วงการศัลยกรรม ยังต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ครอบคลุมมากที่สุด ซึ่งนอกจากเทรนด์ศัลยกรรมยอดฮิต อย่างเสริมหน้าอก, เสริมก้น, เสริมจมูก และทำตาสองชั้นแล้ว ศัลยกรรมศีรษะ (Skull Reshaping Surgery) ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามองเช่นกัน 

ศัลยกรรมศีรษะ - เทคนิคตกแต่งกะโหลกศีรษะ แก้ปัญหาแบบถาวร

งานวิจัยของ American Academy of Pediatrics ระบุว่า เด็กอายุ 7 – 12 สัปดาห์ จะมีปัญหาหัวเบี้ยวผิดรูป 46.6% สาเหตุหลักมาจากท่านอน เพราะกะโหลกศีรษะของเด็กแรกเกิดยังไม่แข็งแรง กระดูกแต่ละชิ้นยังประสานกันไม่สมบูรณ์ ทำให้เปลี่ยนรูปได้ตามแรงกดทับ หากไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อโตขึ้นก็จะมีปัญหาหัวผิดรูปในที่สุด แต่โชคดีที่ปัจจุบัน มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัย ที่สามารถผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของกะโหลกศีรษะได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะศัลยกรรมเกาหลีที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

ศัลยกรรมตกแต่งศีรษะ เหมาะกับใครบ้าง ?

คนที่มีปัญหาหัวผิดรูป หัวแบน หัวเบี้ยว (Flat Head Syndrome) ซึ่งไม่ว่าจะเป็นมาตั้งแต่เกิด เป็นเพราะท่านอนตอนเด็ก หรือเกิดจากอุบัติเหตุ ก็สามารถผ่าตัดตกแต่งศีรษะได้ทั้งนั้น

ท้ายทอยแบน (Brachycephaly)

กะโหลกศีรษะตรงท้ายทอยแบน หัวไม่ทุย เมื่อมองด้านข้างจะสังเกตเห็นได้ชัดเจน แนวศีรษะแทบจะขนานกับแผ่นหลัง ซึ่งวงการศัลยกรรมเกาหลีมีเทคนิคที่ดีมากในด้านนี้

ท้ายทอยเบี้ยว (Plagiocephaly)

เมื่อมองจากด้านหลัง หรือนอนคว่ำ จะเห็นว่า กะโหลกศีรษะด้านหลังปูด หรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ไม่สมมาตร หากเป็นคนไว้ผมสั้นติดหนังศีรษะ ย่อมขาดความมั่นใจแน่นอน

หัวด้านบนแบน (Coronal Skull Depression)

การทำศัลยกรรมศีรษะ เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหากะโหลกศีรษะด้านบนแบน เพราะวัสดุที่ใช้เสริม จะทำให้ทรงศีรษะสูงขึ้น กลมกลืนรับกับใบหน้า และสมดุลในทุกมุมมอง

หัวด้านบนสูง หัวเบี้ยว (Peaked Head Shape)

สำหรับคนที่ศีรษะด้านบนสูง หรือแหลมกว่าปกติ มองจากหน้าตรงแล้วเห็นเป็นรูปสามเหลี่ยมชัดเจน โดยอาจมีปัญหากะโหลกด้านบนเอียงร่วมด้วย ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดเช่นกัน

หัวเป็นคลื่น (Skull Bump / Nuchal Ridge Skull)

คนที่มีปัญหากะโหลกศีรษะไม่เรียบ จนมองเห็นหนังศีรษะเป็นคลื่น หรือเป็นก้อนปูดนูน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณท้ายทอย สามารถเหลากระดูกออก เพื่อทำให้ศีรษะเรียบเนียนขึ้นได้

3 รูปแบบหลัก ของการผ่าตัดลดปัญหาหัวแบน หัวเบี้ยว

เทคนิคการศัลยกรรมตกแต่งกะโหลกศีรษะ สามารถทำได้ทั้งการเหลากระดูก, ตัดกระดูกออก, เสริมด้วยวัสดุเทียม, เสริมด้วยกระดูกตัวเอง หรืออาจทำหลายอย่างร่วมกัน ซึ่งการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด จำเป็นจะต้องตรวจเลือด และเอกซเรย์ เพื่อให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 60 – 90 นาที อาจใช้การดมยาสลบหรือฉีดยานอนหลับก็ได้ 

ตัดแต่งกระดูก เหลากะโหลกศีรษะ (Craniotomy / Skull Reduction)

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีกระดูกยื่นออกมาผิดปกติ มักพบเป็นก้อนนูน หรือเป็นริ้วยาวบริเวณท้ายทอย หากทรงศีรษะเดิมสวยอยู่แล้ว ก็สามารถเหลาหรือตัดกระดูกออกได้เลย ไม่จำเป็นต้องเสริมวัสดุอื่น แต่อาจต้องทานอาหารเสริมลดบวมหลังศัลยกรรมช่วยด้วย เพราะการตัดกระดูก จะทำให้บวมช้ำได้มาก

เสริมวัสดุด้านบนศีรษะ (Sagittal Skull Augmentation)

ถ้าศีรษะด้านบนเบี้ยวผิดรูป หรือมีรูปทรงที่ไม่กลมกลืนกับรูปหน้า สามารถรักษาได้ด้วยการทำศัลยกรรมศีรษะ โดยเสริมกระดูกหรือวัสดุเทียมต่าง ๆ เช่น Polymethyl Methacrylate (PMMA), Silicone, Titanium Mesh, Polyetheretherketone (PEEK) ซึ่งจะสั่งพิมพ์สามมิติ สำหรับแต่ละคนโดยเฉพาะ

เสริมวัสดุด้านหลังศีรษะ (Occiput Augmentation)

เทคนิคศัลยกรรมเกาหลี ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากในเรื่องการศัลยกรรมศีรษะด้านหลัง หรือท้ายทอย สามารถปรับภาพลักษณ์ให้ดูดีขึ้นอย่างชัดเจน ในเพศหญิงก็จะเห็นหัวทุยขึ้น โดยเฉพาะตอนรวบผม ส่วนเพศชายก็จะสังเกตเห็นว่า ทรงศีรษะโค้งเว้าอย่างสมดุลในทุกมิติ

YENJAI อาหารเสริมลดบวมหลังศัลยกรรม ลดบวมช้ำทันใจ

โดยเฉลี่ยแล้ว ศัลยกรรมตกแต่งศีรษะใช้เวลาพักฟื้น 7 – 10 วัน ซึ่งการดูแลด้วยอาหารเสริมลดบวมหลังศัลยกรรม YENJAI จะช่วยเร่งให้แผลหาย, ลดบวมช้ำ, ลดอักเสบ ทำให้กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น โดยมีทั้งน้ำใบบัวบก, น้ำฟักทอง, ใบบัวบกผง, ฟักทองผง, BAIJAI CAP (ใบบัวบก, โสมคน, ขมิ้นชัน) ให้เลือกเลย

“ อาหารเสริมลดบวมหลังศัลยกรรม YENJAI

ยาลดบวม ตัวช่วยลดบวม หลังศัลยกรรม สายศัลย์นิยมทาน พกพาง่าย ทานสะดวกได้ทุกที่

BAIJAI CAP ยาลดบวมหลังศัลยกรรม ตัวช่วยลดบวม ลดอักเสบ

สรุป

ศัลยกรรมศีรษะ คือการปรับรูปกะโหลกศีรษะให้สมดุล มีทั้งเทคนิคการตัดกระดูกออก และเสริมด้วยวัสดุเทียม ซึ่งเหมาะกับคนหัวผิดรูป หัวเบี้ยว หัวแบนทุกรูปแบบ

อ้างอิงจาก

[1]   Mericli AF, Seiber JC, Hanasono MM. Reconstruction of the Scalp, Forehead,

Calvarium, Skull Base, and Midface. In: Chung KC, editor. Grabb and Smith’s Plastic Surgery. 8th ed. New York: Wolters Kluwer; 2020. p.365-378.

[2]   Wells MD, Skytta C. Scalp and forehead reconstruction. In: Neligan PC, Rodriguez ED, Losee JE, editors. Plastic Surgery: Volume Three: Craniofacial, Head and Neck Surgery, Pediatric Plastic Surgery. 3rd edition. New York: Elsevier; 2013. p.105-133.

[3]    Hsu C. Skull Reshaping | Skull Augmentation. [Internet]. Los Angeles: Line Plastic Surgery Center; [cited 2023 May 24]. Available from: https://www.lineps.com

[4]    Eppley B. Aesthetic Occipital Surgery for Back of Head Reshaping. [Internet]. Indiana: Eppley Skull Reshaping; [cited 2023 May 24]. Available from: https://skullreshaping.com