คนผมน้อยต้องรู้ ! 9 คลินิกปลูกผมยอดนิยม จะผมบาง ผมร่วงแค่ไหน ก็ปลูกใหม่ได้อย่างถาวร

“ ผมน้อย ผมบาง ผมร่วง ศีรษะล้าน ” นับเป็นปัญหาใหญ่ ที่ทำให้คนทุกเพศ ทุกวัยสูญเสียความมั่นใจ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ เกิดจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน ซึ่งอยู่เหนือการควบคุม ทำให้การปรับพฤติกรรม หรือการใช้ยาปลูกผมอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นศัลยกรรมปลูกผม จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยจบปัญหานี้ได้อย่างถาวร

เทคนิคปลูกผมแบบถาวร ที่กำลังได้รับความนิยม

วิธีปลูกผมถาวรแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ซึ่งจะแตกต่างกัน ตรงวิธีนำเซลล์รากผมออกจากท้ายทอย และขมับเท่านั้น ส่วนวิธีการนำไปปลูกค่อนข้างคล้ายกัน

1. แบบมาตรฐาน (Strip Harvesting, Follicular Unit Transplantation - FUT)

เป็นการตัดหนังศีรษะชั้นบนออกมา จากนั้นคัดแยกรากผม แล้วนำไปปลูกในจุดที่ต้องการ

2. แบบไร้แผล (Follicular Unit Extraction - FUE)

วิธีนี้จะใช้การเจาะหนังศีรษะทีละกอ จึงไม่เสี่ยงเกิดแผลเป็นหรือคีลอยด์ ซึ่งบางแห่งมีการใช้ปากกาปลูกเส้นผม (Direct Hair Implanter – DHI) และนำหุ่นยนต์ ARTAS เข้ามาใช้ ทำให้แผลบวมช้ำน้อยกว่าด้วย

9 คลินิกปลูกผมชั้นนำ แก้ปัญหาผมบาง ผมร่วงได้อย่างถาวร

คลินิกดูแลผมของ รพ.วิภาวดี ที่ร่วมมือกับ Dr.Jae Hyun Park ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมระดับโลกจาก DANA Plastic Surgery Clinic เกาหลีใต้ ขึ้นชื่อเรื่องการปลูกผมยาวไร้รอยแผล (Long Hair Non Shaven FUE) เป็นอย่างมาก โดยราคาปลูกผมแบบเหมาอยู่ที่ 159,000 บาท (ไม่เกิน 2,000 กราฟต์)

คลินิกปลูกผมถาวรของ พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากเซเลบริตี้มากมาย โดยมีบริการปลูกเส้นผมทั้ง FUT, FUE, Long Hair FUE รวมถึงมีบริการดูแล เช่น SVF Hair Cell, PRP Stemcell, Laser Hair Therapy, Hair Bank ด้วย ราคา FUE ประมาณ 150 บาท/กราฟต์

พญ.เบญจวรรณ บุตรวงศ์ สมาชิกของสมาคมแพทย์ปลูกผมนานาชาติ (ISHRS) เชี่ยวชาญเทคนิค FUE สามารถแก้ปัญหาในรายที่ผมร่วงอย่างรุนแรง ซึ่งอาจต้องใช้ 3,000 – 5,000 กราฟต์ได้ ราคาประมาณ 70 บาท/กราฟต์

MHC หนึ่งในคลินิกยอดฮิต ที่ดูแลโดย นพ.ธิติวัฒน์ วีรโรจน์รัชกุล โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี ARTAS หุ่นยนต์ปลูกเส้นผม ที่จะเพิ่มคุณภาพของเส้นผม ให้แข็งแรงมากขึ้น โดยใช้เวลาน้อยลง ราคาปลูกผม FUE เริ่มต้น 90,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนกราฟต์

คลินิกด้านเส้นผม ของศูนย์ศัลยกรรมชื่อดังอย่าง SLC Siam Laser Clinic เปิดให้บริการนานกว่า 10 ปี มีทั้งแบบ FUT และ FUE ให้เลือก เริ่มต้นที่ 90 บาท/กราฟต์ นอกจากนี้ยังมีวิตามินกระตุ้นรากผมชื่อดัง อย่าง Exosome ด้วย

คลินิกเฉพาะทางด้านเส้นผม ที่ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญตัวจริง นำโดย รศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง หัวหน้าสาขาโรคเส้นผม และการผ่าตัดปลูกถ่ายเส้นผม ภาควิชาตจวิทยา ศิริราช บริการรักษาทั้งการใช้ยา และการปลูกถ่ายเส้นผม โดยใช้เทคโนโลยีจากประเทศเกาหลี ราคา FUT 90 บาท/กราฟต์ ส่วน FUE 150 บาท/กราฟต์

บริการด้านการดูแลเส้นผม โดยอาจารย์แพทย์ชื่อดัง อย่างคุณหมอก้อง นพ.ก้องเกียรติ ลออวงศ์ และคุณหมอโบนัส รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป ที่มีผลงานวิชาการในระดับนานาชาติมากมาย ดูแลได้ทั้งการปลูกเส้นผมแบบ FUT, FUE รวมถึงมีบริการปลูกคิ้ว, ปลูกหนวด, ปลูกเครา และยังมียาปลูกผมแนะนำด้วย

คลินิกของ พญ.พรีมา ทศบวร ที่มีดีกรีอเมริกันบอร์ดด้านการปลูกผม (ASHRS) และปริญญาโทด้านผิวหนังจาก Cardiff University การันตี ดูแลเส้นผมมาแล้วกว่า 3,000 ราย โดยราคาปลูกผม FUE อยู่ที่ 140 บาท/กราฟต์ ส่วนแบบมาตรฐาน 75 – 90 บาท/กราฟต์

TSC ของ นพ.ณัทธร นฤปเวศม์ และทีมแพทย์เฉพาะทางที่ให้บริการมากว่า 17 ปี โดดเด่นด้วยเทคนิค Advanced FUI Hair Transplant ผมยาวขึ้นทันทีหลังทำ โดยไม่ต้องตัดผม เริ่มต้นที่ 80,000 บาท แถมน้ำยาปลูกผม (แช่กราฟต์), PRP, ล้างแผล และดูแลต่อเนื่องอีก 1 ปี

YENJAI อาหารเสริมลดบวมหลังศัลยกรรม หลังจากปลูกผม

BAIJAI CAP ยาลดบวมหลังศัลยกรรม ตัวช่วยลดบวม ลดอักเสบ

การปลูกผมถาวร ถือเป็นการทำศัลยกรรมประเภทหนึ่ง ที่จะทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ บวมช้ำ เจ็บปวด รวมทั้งอาจเกิดแผลเป็นหรือพังผืดได้ ไม่ต่างจากการเสริมหน้าอก เสริมจมูก หรือทำตาสองชั้น ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวก่อนผ่าตัดให้พร้อม ให้เหมือนกับการทำศัลยกรรมชนิดอื่น โดยเริ่มดูแลตัวเอง ด้วยการทานอาหารเสริมลดบวมหลังศัลยกรรม YENJAI ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด และต่อเนื่องไปจนถึงหลังผ่าตัด อาจเลือกเป็นแคปซูล BAIJAI CAP, ผงชงดื่มใบบัวบก, ผงชงดื่มฟักทอง หรือจะเลือกเป็นน้ำฟักทอง หรือน้ำใบบัวบกก็ได้ สามารถช่วยลดอักเสบ ลดบวมช้ำ เร่งแผลหายได้อย่างดี

สรุป

เทคนิคการปลูกผมแบบถาวร ถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง หลายสถาบันการันตีความสำเร็จที่ 95 – 98% อย่างไรก็ตาม อย่าลืมศึกษาข้อมูล และรีวิวอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ

อ้างอิงจาก

[1]   Unger RH, Unger WP. Hair Transplantation. In: Kang S, Amagai M, Bruckner AL, Enk AH, Margolis DJ, McMichael AJ, et al, editors. Fitzpatrick’s Dermatology. 9th Edition. New York: McGraw-Hill Education; 2019. p.3931-3949.

[2]   Hair Loss: Diagnosis and Treatment [Internet]. Illinois: American Academy of Dermatology Association (AAD); 2022 [cited 2023 Jan 15]. Available from: https://www.aad.org